--

--

logo

Tel.

088-296-4656

E-mail

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

Monday to Friday

logo

088-296-4656

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

book-knee1

ที่มา ของหนังสือเล่มนี้
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบได้บ่อยเมื่ออายุเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนในทุกชนชาติ และความรุนแรงของโรคมีความสัมพันธ์กับเวลาที่เป็นโรค เมื่อโรคเข้าสู่ระยะท้าย การรักษาที่ได้ผลที่สุด คือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เนื่องจากทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวด และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิมอีกครั้ง
สืบเนื่องจากผลการผ่าตัดเป็นที่พอใจมากขึ้นกว่าอดีต และจากการพัฒนาทางการแพทย์สาขาศัลยศาสตร์ข้อเทียมที่สูงขึ้น ทำให้ ในระยะทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี

ผู้เขียน ในฐานะที่เป็นศัลยแพทย์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นเวลานาน พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดไม่เพียงพอ หรือเมื่อมีข้อสงสัยภายหลังจากการผ่าตัด ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

หลายปีก่อน ผู้เขียนได้เขียนบทความทางวิชาการเกี่ยวกับข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม ในรูปแบบที่ประชาชนทั่วไปอ่านเข้าใจได้ และนำเผยแพร่ลงในอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ http://www.orthochula.com ได้รับการตอบรับจากผู้ป่วย และญาติ เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากบทความที่เขียนนั้น เป็นความรู้ในเชิงกว้าง คือ เป็นความรู้สำหรับผู้ป่วยเมื่อเริ่มเป็นโรคข้อเสื่อม จนถึงขั้นที่โรคเปลี่ยนแปลงสู่ระยะท้าย และจำเป็นจะต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งเนื้อหาในบทความเน้นให้ผู้ป่วยมีความเข้าใจ และการเตรียมตัวเข้าสู่การผ่าตัดอย่างเหมาะสม

เมื่อคำนึงถึงเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปแล้ว มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ที่ มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือไม่ชัดเจนว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อไปในระยะพักฟื้น และในระยะต่อไป บ่อยครั้งที่แนวทางปฏิบัติตัวที่ได้จากสถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษาเป็นแบบสั้น ๆ กว้าง ๆ และอาจเน้นหนักไปทางห้ามทำกิจกรรมหลาย ๆ ชนิด ผู้ป่วยบางรายหาข้อมูลวิธีปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด จากผู้ป่วยที่เคยผ่านการผ่าตัดแบบเดียวกันมาก่อน ซึ่งอาจได้ข้อปฏิบัติ หรือข้อห้ามหลังจากการผ่าตัดที่มีความคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่ถูกต้องได้
การที่แพทย์ หรือพยาบาลอธิบายวิธีปฏิบัติตัวหลังจากการผ่าตัดด้วยวาจาแก่ผู้ป่วย และญาติเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด ได้ผลแตกต่างกัน ขึ้นกับความสามารถจดจำของผู้ป่วย หรือญาติ บ่อยครั้งเมื่อผู้ป่วยรับการตรวจครั้งถัดไป ก็ยังคงมีคำถามเดิม หรือ ซ้ำ ๆ ที่ต้องอธิบายกันอีก

เมื่อคำนึงว่า ข้อเข่าเทียมเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีราคาสูง และการผ่าตัดแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมาก ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากกระบวนการการผ่าตัดแล้ว หากผู้ป่วยมีคู่มือสำหรับปฏิบัติตัวหลังจากการผ่าตัด เพื่อทำให้มีการดูแลข้อเข่า และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะทำให้ข้อเข่าเทียมมีความทนทานต่อการใช้งานสูงสุด

ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเขียน รวบรวมทั้งบทความ เอกสารและภาพประกอบต่างๆ จัดพิมพ์เป็นหนังสือ ที่มีรูปแบบที่ประชาชนทั่วไปอ่านเข้าใจได้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ เน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยเฉพาะ โดยผู้เขียนคาดหวังว่า หนังสือเล่มนี้น่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายผู้ป่วย และฝ่ายแพทย์ผู้ทำการรักษา

รองศาสตราจารย์นายแพทย์อารี ตนาวลี

ทำความเข้าใจกันก่อน
ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผลการรักษาอาจมีความแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละรายได้ ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ผลการรักษาแตกต่างกัน คือ
•    ปัจจัยจากตัวผู้ป่วยเอง

–    ความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมระยะท้ายที่แตกต่างกัน สัมพันธ์กับ ความบิดเบี้ยวของขา การสึกกร่อนของกระดูก ความแข็งแรงของกระดูก และกล้ามเนื้อ
–    โรคประจำตัวที่แตกต่างกัน และมากน้อยไม่เท่ากัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการผ่าตัด ปฏิกริยาของร่างกายหลังจากการผ่าตัด และความเร็วในการฟื้นตัว
–    ผู้ป่วยที่มีความตั้งใจเข้ารับการรักษาวิธีผ่าตัดด้วยการตัดสินใจเอง มักได้ผลดีกว่าผู้ป่วยที่ถูกกดดันจากผู้เกี่ยวข้องให้เข้ารับการผ่าตัด

•    ปัจจัยจากศัลยแพทย์

–    การผ่าตัดถือว่าเป็นการทำงานช่างฝีมือชนิดหนึ่ง (เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นงานช่างซ่อมมนุษย์) ซึ่งศัลยแพทย์ก็คือช่าง ถึงแม้ศัลยแพทย์แต่ละท่านมีความรู้พื้นฐานทางกายวิภาคที่ดี แต่ประสบการณ์ และความชำนาญในการผ่าตัดของศัลยแพทย์แต่ละท่านย่อมไม่เท่ากัน
–    วิธีการผ่าตัดที่ยากขึ้น เช่น วิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย (วิธีแผลเล็ก) เป็นการทำผ่าตัดที่ยากขึ้น เนื่องจากแพทย์ต้องทำงานในที่แคบ หรือการผ่าตัดแก้ไขเมื่อข้อเข่าหลุดหลวม เนื่องจากแพทย์ต้องใช้ความรู้ ความสามารถเฉพาะกับผู้ป่วยเป็นราย ๆ ดังนั้น ทักษะของศัลยแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ผลการผ่าตัดดีอย่างสม่ำเสมอ

 

•    ปัจจัยจากภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

–    ทีมช่วยผ่าตัดที่เป็นบุคลากรวิชาชีพเฉพาะที่มีประสบการณ์ เครื่องมือผ่าตัดที่ครบถ้วน และห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ช่วยให้การผ่าตัดราบรื่น เสร็จในเวลาที่เหมาะสม และมีโอกาสเกิดการติดเชื้อน้อย
–    ทีมแพทย์ที่ร่วมรักษาพยาบาล เช่น วิสัญญีแพทย์ อายุรแพทย์ รวมถึงพยาบาล และบุคลากรอื่น ๆ ที่ทำงานเป็นระบบ และรัดกุม ช่วยควบคุมความแปรปรวนที่เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปให้ไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวของผู้ป่วยเป็นไปโดยดี ทำให้ผลการรักษาออกมาดีตามคาด

•    ปัจจัยจากญาติผู้ป่วย

–    ผู้ป่วยที่มีคนคอยช่วยเหลือ และให้กำลังใจ ตั้งแต่ขณะที่ผู้ป่วยเข้านอนในโรงพยาบาล จนถึงระยะฟื้นตัว มีผลให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

 

อนึ่ง ในการผ่าตัดใหญ่ทุกชนิด อาจเกิดข้อแทรกซ้อนได้ ซึ่งมีระดับความรุนแรงตั้งแต่น้อยมาก จนถึงระดับเป็นอันตรายต่อชีวิต บทความในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนกล่าวเน้นถึงข้อแทรกซ้อนน้อย เนื่องจากถือว่า ข้อแทรกซ้อนต่าง ๆ มีอัตราเกิดได้น้อย และข้อแทรกซ้อนส่วนใหญ่เป็นตัวแปรที่แพทย์ผู้รักษาสามารถควบคุมล่วงหน้า หรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกัน การที่ผู้เขียนย้ำให้เห็นว่า การที่ผู้ป่วยรับการตรวจต่อเนื่องอย่างเป็นระยะ และสม่ำเสมอ มีประโยชน์มาก คือ หากเกิดข้อแทรกซ้อนขึ้น แพทย์จะตรวจพบได้เร็ว และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที