--

--

logo

Tel.

088-296-4656

E-mail

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

Monday to Friday

logo

088-296-4656

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

เหตุใดผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเลือกแพทย์เฉพาะสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

โดย ศ.นพ. อารี ตนาวลี
20 กรกฎาคม 2556

หมายเหตุ
บทความนี้เป็นความเห็นเฉพาะของผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนยอมรับความเห็นอื่น ๆ ที่แตกต่างไปจากนี้

บทนำ

ผู้เขียนในฐานะศัลยแพทย์ท่านหนึ่งที่ทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และข้อสะโพกเทียมให้กับผู้ป่วยมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ซึ่งได้รับคำถามต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดอยู่เป็นประจำ ทั้งจากผู้ป่วย และลูกหลาน หรือญาติ และต้องตอบคำถามเหล่านี้อยู่เป็นประจำเช่นกัน เมื่อแยกกลุ่มคำถามต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัยของผู้ป่วยเป็นกลุ่ม ๆ แล้ว กลุ่มคำถามที่ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มคำถามที่เป็นคำถามทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อประเมินทักษะของแพทย์ท่านนั้น ๆ ก่อนที่ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด  โดยแพทย์ที่ตอบคำถามต่าง ๆ จนทำให้เกิดความกระจ่างในกระบวนการผ่าตัด และผลการผ่าตัด แก่ผู้ป่วยและญาติได้ดีตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด ก็มักเป็นที่ไว้วางใจ ให้เป็นแพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยต่อไป

ความสำคัญเรื่องทักษะและความรู้ของศัลยแพทย์

จากประสบการณ์และความคิดเห็นของตัวผู้เขียนบทความเอง ผู้เขียนมีความเห็นเรื่องทักษะของศัลยแพทย์ ดังนี้

– ในการทำผ่าตัดรักษาผู้ป่วย เปรียบได้กับการทำงานช่างฝีมือแบบหนึ่ง แต่เป็นงานช่างฝีมือชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่ศัลยแพทย์ทำผ่าตัด อาจทำแล้วเสร็จโดยไม่เหมือนกันทุกครั้ง เนื่องจากเป็นการทำงานด้วยฝีมือเป็นหลักใหญ่ ดังนั้น ช่างฝีมือที่ทำงานชนิดใด หรือ ด้านใดด้านหนึ่งอยู่เป็นประจำ ย่อมมีความคงที่ในฝีมือในงานที่ทำอยู่ประจำสูงกว่าช่างที่ทำงานหลากหลายชนิด หรือไม่ได้มีทักษะชำนาญเฉพาะ
– การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นงานผ่าตัดที่แพทย์ต้องมีความเข้าใจทางวิชาชีวกลศาสตร์ หรือความรู้เชิงช่างไม้เป็นอย่างดี เพราะต้องใช้เครื่องมือผ่าตัดที่มีลักษณะคล้ายเครืองมือของช่างไม้อย่างมากมาย และหลักการทางด้านชีวกลศาสตร์ที่นำมาประยุกต์กับกายวิภาคของขามนุษย์ เนื่องจากต้องปรับสมดุลย์ของแกนขาให้น้ำหนักที่ลงบนข้อเข่า มีการกระจายแรงให้ทั่วถึงที่สุด ส่งผลให้เกิดความทนทานของข้อเข่าเทียมมากขึ้น

ดังนั้น ศัลยแพทย์ที่มีทักษะงานเฉพาะสูง มีความรู้ทางทฤษฎีด้านวิชาชีวกลศาสตร์ดี และรวมถึงความรู้เชิงช่างไม้เป็นอย่างดี ย่อมมีโอกาสผลิตผลงานการผ่าตัดที่ดีสูงกว่าผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยในโรคเฉพาะมาพอควร ก็จะมีความรอบรู้ในการควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบกับการเกิดข้อแทรกซ้อนขึ้นกับตผู้ป่วย และทำให้ผลของการผ่าตัดออกมาดีดังที่คาดไว้

ข้อมูลที่แสดงความสามารถของศัลยแพทย์

       ในปัจจุบัน มีพัฒนาทางการแพทย์อย่างมาก ควบคู่กับการพัฒนาวิธีการทางการตลาด โดยเฉพาะการโฆษณาแอบแฝงในคราบวิชาการ โดยเราสามารถหาข้อมูลทั้งด้านวิชาการจริง ๆ และด้านการตลาดของศัลยแพทย์แต่ละท่านได้อย่างมากมายทางอินเตอร์เนต
สำหรับในประเทศที่มีการพัฒนาดีแล้ว ประชาชนมีฐานการศึกษาที่สูงกว่า ก็ทำให้ประชาชนผู้บริโภคข้อมูล สามารถแยกแยะข้อมูลว่า เป็นข้อมูลที่เป็นการโฆษณาทางการตลาดหรือเป็นข้อมูลที่เป็นวิชาการจริง ๆ ได้  โดยข้อมูลของศัลยแพทย์ที่เป็นวิชาการจริง ๆ มีลักษณะ คือ

–    มีข้อมูลพื้นฐานการศึกษาของศัลยแพทย์นั้น ๆ อย่างชัดเจน
–    มีข้อมูลรวบรวมผลงานวิชาการอันประกอบด้วย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ งานบรรยายในวงการวิชาชีพ รวมถึงงานเขียนตำราในวงการวิชาชีพ
–    กรณีมีเทคนิคความสามารถพิเศษ เช่น การทำผ่าตัดใหม่ ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยสูงสุด ก็แสดงในเห็นว่าได้นำไปเผยแพร่ในวงการวิชาการจนเป็นที่ยอมรับ
–    นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ที่เป็นผู้มีทักษะสูง และเป็นนักวิชาการมักรวบรวมผลการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยเป็นระยะ แล้วรายงานลงในวารสารทางการแพทย์เพื่อแสดงสถิติ หรือข้อเท็จจริงที่พบจากการผ่าตัดชนิดนั้น ๆ

สำหรับในประเทศไทย ประชาชนอาจมีฐานการศึกษาที่ไม่สูงทัดเทียมประเทศดังกล่าว จึงเป็นการง่ายต่อกลุ่มธุรกิจที่มีความชำนาญด้านเทคนิคทางการตลาด ในการโฆษณาที่โน้มน้าวในผู้บริโภคเกิดความเข้าใจว่า ข้อเทียม หรือการผ่าตัดหรือหัตถารทางการแพทย์นั้น ๆ มีแต่ผลด้านที่ดี (คล้ายกับการโฆษณาเครื่องสำอาง บ้านตัวอย่าง เป็นต้น ซึ่งเมื่อผู้บริโภคซื้อของจริง ก็มักไม่เป็นดังภาพที่โฆษณา) แต่ไม่นำเสนอข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ (คือ ข้อเท็จจริง ผลงานวิชากร และหรือ สถิติ) รวมถึงมักแสดงจุดขายของสถานพยาบาลในเชิงการตลาด แต่ไม่ได้แสดงตัววัดใด ๆ ที่บอกระดับความชำนาญศัลยแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม

การหาข้อมูลที่แสดงทักษะและความรู้ของศัลยแพทย์

       เป็นที่น่าสังเกตว่าศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีความชำนาญสูง และมีชื่อเสียงในวงการออร์โธปิดิกส์ระดับโลกทุกราย มีผลงานวิชาการ ทั้งผลการรักษาผู้ป่วย และผลงานวิจัยอีกมากมายลงตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมาตรฐานสากล และใช้อ้างอิงได้กันทั่วโลก โดยข้อมูลเหล่านี้ ปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลสากลทางการแพทย์ ตัวอย่าง เช่น ฐานข้อมูล PubMed ซึ่งดำเนินการโดย US National Library of Medicine และ National Institutes of Health)

สำหรับในประเทศไทย ศัลยแพทย์จำนวนมากตอบคำถามผู้ป่วยแบบเลี่ยงบาลี หรือมักกล่าวถึงผลของการรักษาแบบประมาณการมากกว่าการแสดงผลเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ หรือมักยกตัวอย่างการรักษา แบบกรณีผู้ป่วยที่ได้รับผลการรักษาดีที่สุด (best case scenario) มากกว่าการบอกผลเป็นค่าเฉลี่ย และไม่มีสถิติอัตราการติดเชื้อ หรืออัตราการผ่าตัดซ้าในผู้ป่วยที่เป็นผลมาการผ่าตัดของตนเอง แม้ศัลยแพทย์บางท่านมีทักษะประสบการณ์สูง และมีความรู้ทางวิชาการดี แต่ข้อมูลวิชาการเพื่อนำมาแสดงต่อสาธารณะดังกล่าวมาแล้วก็มีเพียงเป็นจำนวนน้อย

ดังนั้น เมื่อรวมศัลยแพทย์ทั่วประเทศไทยที่ให้การรักษาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเข้าด้วยกัน จึงทำให้ภาพโดยรวม มีข้อมูลวิชาการของศัลยแพทย์น้อย มีการเผยแพร่ข้อมูลข้อมูลเชิงสถิติ และผลการรักษาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยปรากฎต่อสาธารณะในปริมาณน้อยมาก ทำให้ไม่มีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทางการแพทย์เรื่องผลสำเร็จของการผ่าตัดรักษา จึงทำให้ข่าวลือว่า ผลการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่ทนทานเกิน 5-7 ปี ก็ยังเป็นข่าวที่กล่าวถึงกันบ่อย
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน องค์กรวิชาชีพแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น The Thai Hip & Knee Society หรือ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานนี้ จึงเกิดการขับเคลื่อนในกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ศัลยแพทย์รุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และมีทักษะการผ่าตัดสูงได้เผยแพร่ผลงานวิชาการออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 5 ปี โดยประชาชนทั่วไปสามารถค้นหาความชำนาญของศัลยแพทย์ที่ตนเองสนใจ ที่นำเสนอผลงานวิชาการอยู่ในฐานข้อมูลทางการแพทย์สากลได้อย่างง่าย ๆ ดังนี้

1.    เข้าสู่อินเตอร์เน็ต เสิร์ทหาคำว่า “pubmed” จะพบ  www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed  จากนั้น คลิ๊กเข้าสู่ website ที่พบ
2.    ใน website ของ pubmed มีช่องว่างให้เติมสำหรับการ search ให้ พิมพ์นามสกุลของศัลยแพทย์ที่ต้องการค้นหาเป็นภาษาอังกฤษ (โดยต้องระวังเรื่องการสะกดให้ถูกต้อง) เว้นวรรค 1 เคาะ ตามด้วยชื่อ โดยพิมพ์เฉพาะอักษรภาษาอังกฤษที่เป็นคำแรกของชื่อ (เช่น นามสกุลและชื่อของผู้เขียน คือ Tanavalee A)
3.    จากนั้น คลิ๊กคำว่า เสิร์ท ก็จะปรากฎรายการที่ศัลยแพทย์ท่านนั้น ๆ เผยแพร่ผลงานอยู่ในฐานข้อมูลการแพทย์สากล
4.    กรณีสนใจแต่และรายการ ก็ทำการดับเบิ้ลคลิ๊กที่รายการที่สนใจ website จะทำการแสดงบทคัดย่อของผลงานนั้น ๆ ให้พอเข้าใจได้ว่างานวิจัยนั้น ๆ ทำอะไรไปบ้าง
5.    นอกจากนี้ สามารถพิมพ์ชื่อและนามสกุลของศัลยแพทย์ที่สนใจ (เป็นภาษาไทย หรือ อังกฤษก็ได้) ในเสิร์ทเอนจิ้นของ google ก็มักพบผลงานต่าง ๆ ของศัลยแพทย์ที่สนใจ จำนวนมากเช่นกัน แต่การค้นหาวิธีนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ผ่านการคัดแยก ดังนั้น ผู้ค้นพึงต้องคัดกรองผลงานวิชาการออกจากผลงานทางการตลาดด้วยวิจารณญานของตนเอง