--

--

logo

Tel.

088-296-4656

E-mail

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

Monday to Friday

logo

088-296-4656

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

หมายเหตุ
ที่มาของภาพประกอบในบทความนี้ : ได้มาจากการสืบค้นใน internetโดย Google search หัวข้อย่อย image และคัดเลือกภาพที่เหมาะสมกับบทความ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ทั่วไป และให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาในบทความดีขึ้น

ในวันผ่าตัดพยาบาลจะให้น้ำเกลือเพื่อใช้สำหรับให้ยาระหว่างการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ระยะเวลาการผ่าตัดจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบข้อสะโพก ขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน จะต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยมีแผลผ่าตัดบริเวณด้านข้างของสะโพก เมื่อผ่าตัดเสร็จอาจมีผ้าพันตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงต้นขา และมีสายต่อสำหรับนำเลือดที่คั่งค้างออกสู่ขวด

ขั้นตอนการผ่าตัดเริ่มจากลงมีดที่ด้านข้างของสะโพก ตัดส่วนหัวของกระดูกต้นขาออก เตรียมโพรงกระดูกสำหรับใส่ข้อเทียม ทดลองใช้ตัวลองข้อเทียมเพื่อเลือกขนาดที่เหมาะสม และทดสอบการเคลื่อนไหว ตามด้วยใส่ข้อเทียมส่วนก้านในโพรงกระดูกต้นขา และต่อส่วนหัวของข้อเทียมเข้ากับส่วนก้าน เทคนิคการยึดข้อเทียมอาจใช้ซีเมนต์หรือไม่ใช้ซีเมนต์ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของข้อเทียมที่ใช้ ซึ่งอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หลังจากผ่าตัดเสร็จจะนอนพักที่ห้องพักฟื้นหรือห้องไอซียูแล้วแต่แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดโรงพยาบาลนั้นๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากหมดฤทธิ์ยาสลบ ระหว่างนี้พยาบาลจะดูแลผู้ป่วย กระตุ้นให้ผู้ป่วยไอและหายใจลึกๆเพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้น หลังจากรู้สึกตัวดีผู้ป่วยจะถูกส่งกลับไปยังหอผู้ป่วย

pic1

เทคนิคการยึดข้อสะโพกไว้กับโพรงกระดูก

ทำได้สองวิธีคือ ใช้ซีเมนต์ชนิดพิเศษที่ใช้สำหรับยึดกระดูก และไม่ใช้ซีเมนต์ในกรณีที่ใช้ข้อเทียมชนิดที่มีพื้นผิวแบบขรุขระ(Porous)  บริเวณร่องของผิวที่ขรุขระนี้จะเป็นบริเวณเนื้อกระดูกฝังตัวเข้าไป ทำให้เกิดการสร้างกระดูกบริเวณรอบๆก้านข้อเทียมและโพรงกระดูก จึงช่วยส่งเสริมการยึดติดกับโพรงกระดูกแน่นมากยิ่งขึ้น

pic2

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด

หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้นผู้ป่วยควรเริ่มบริหารข้อสะโพกแบบเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวแข็งแรง และทำให้ข้อสะโพกสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด แพทย์อาจให้คุณนั่งที่ขอบเตียงและแกว่งเท้าเบาๆ
ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยเริ่มก้าวเดินประมาณ 2-3 ก้าวโดยใช้ไม้เท้าช่วยเดินแบบสี่ขา ก่อนกลับบ้านแพทย์หรือพยาบาลจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น การเดินเข้าห้องน้ำ การเปลี่ยนเสื้อผ้า วิธีการนั่ง ยืน การก้มเก็บของ การเดินขึ้นบันได
หลังจากผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ หรือเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าสภาพร่างกายฟื้นฟูดีเพียงพอแล้ว แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยผู้ป่วยอาจจะทำกายภายบำบัดต่อ 2-3 วัน หรือตามที่แพทย์แนะนำ ขณะที่กลับไปอยู่บ้าน ผู้ป่วยต้องรับประทานยาและบริหารร่างกายตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่อง การเดินและการบริหารข้ออย่างเหมาะสมและเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ จะทำให้การทำงานได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
การป้องกันปอดแฟบ ปอดอักเสบ ทำได้คือ การหายใจเข้า-ออก ลึกๆ ควรทำทันทีหลังผ่าตัด โดยหายใจเข้าทางจมูกลึกๆช้าๆ จนหน้าท้องโป่ง แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกทางปากๆ ทำซ้ำ 5 ครั้ง ทำบ่อยๆทุก 1-2 โมง การไออย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสูดหายใจเข้า-ออกลึกๆช้าๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นสูดหายใจเข้าช้าๆ อย่างเต็มที่ และกลั้นหายใจสักครู่ประมาณ 2-3 วินาที อ้าปากกว้าง และไอออกมาติดต่อกัน 2-3 ครั้ง ให้เสมหะออกมา

ข้อห้ามในการผ่าตัด

ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกที่สำคัญ คือ ข้ออักเสบติดเชื้อในระยะที่ยังอักเสบอยู่ เนื่องจากการที่มีข้อเทียมอยู่ในบริเวณที่อักเสบติดเชื้อจะทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุออกได้ และมักเกิดปัญหา bone resorption และติดตามมาด้วยข้อเทียมหลุดหลวม นอกเหนือจากนี้อาจพิจารณาเป็นข้อห้ามเป็นรายๆ ไปตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด คือ
1. กล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกอ่อนแรงมากหรือไม่มีแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกางขา (hip abduction) เนื่องจากภาวะนี้ทำให้เกิดข้อสะโพกเทียมไม่มั่นคง (unstable hip) และอาจทำให้ข้อสะโพกหลุดเคลื่อนง่าย
2. ผู้ป่วยที่มีโรคระบบประสาทกล้ามเนื้อ (neuromuscular diseases) และมีผลกระทบต่อข้อสะโพกที่จะทำการผ่าตัด
3. ผู้ป่วยที่มีโรคของหลอดเลือด เช่น arterial insufficiency หรือ deep vein thrombosis
4. ผู้ป่วยที่เกิดภาวะ bone stock loss อย่างมาก บริเวณข้อสะโพก
5. ผู้ป่วยที่อ้วนมากๆ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมพบได้บ่อยในปัจจุบัน ผู้ป่วยหลายคนมีความสุขมากขึ้นเนื่องจากการปวดลดลงเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยหลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าข้อเทียมทำงานได้อย่างไร และระดับกิจกรรมที่สามารถทำได้มากน้อยเพียงใด คำตอบก็คือข้อที่เปลี่ยนใหม่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยการเคลื่อนไหวของส่วนหัวซึ่งมีลักษณะกลมคล้ายลูกบอลในเบ้า น้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติในช่องระหว่างข้อ (synovial fluid)  ช่วยหล่อลื่นข้อเทียมเหมือนกับช่วยหล่อลื่นข้อจริง ส่วนของหัวและเบ้าเคลื่อนไหวโดยมีการหมุนและลื่นไถลอยู่ในเบ้า การเสื่อมของข้อเทียมขึ้นอยู่กับระดับการใช้งานของข้อ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเสื่อมของผ้าเบรกที่เกิดจากการเสียดสีของยางรถยนต์ การใช้งานของข้อหนัก เช่นในผู้ป่วยที่มักเคลื่อนไหวรวดเร็ว หรือลงน้ำหนักข้อมาก อาจทำให้อายุการใช้งานของข้อลดลง การเสื่อมและการหลวมของชุดข้อเทียมสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมอันใหม่ได้ทั้งชุดหรือเปลี่ยนเฉพาะบางส่วนก็ได้ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะสามารถให้ข้อมูลได้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมอันใหม่ ชนิดของข้อเทียมที่เลือกใช้ รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวันหลังจากผ่าตัด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย (Minimally Invasive Surgery for Hip Replacement)

หมายเหตุ
ที่มาของภาพประกอบในบทความนี้ : ได้มาจากการสืบค้นใน internetโดย Google search หัวข้อย่อย image และคัดเลือกภาพที่เหมาะสมกับบทความ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ทั่วไป และให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาในบทความดีขึ้น
ในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องเทคโนโลยีในทุกๆสาขาของวิทยาศาสตร์ประยุกต์อย่างมาก ทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ต่างๆ รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ในทุกๆ สาขา จึงเกิดความคิดที่ทำให้ผู้ป่วยซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดใหญ่ มีความเจ็บจากการผ่าตัดที่น้อยหรือสั้นลง สามารถพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกลับมาดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ ได้เร็วกว่าการใช้วิธีการผ่าตัดที่มีมาแต่ดั้งเดิม
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ซึ่งมักจะเป็นข้อสะโพกหรือข้อเข่า มีความแตกต่างกับการผ่าตัดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยชนิดอื่นอยู่บ้าง ตรงที่จำเป็นต้องใช้ข้อเทียมขนาดใหญ่เข้าไปในร่างกาย จึงไม่สามารถที่จะทำโดยวิธีส่องกล้องได้ (ซึ่งแม้แต่แพทย์หลายท่านก็มีความเข้าใจผิด ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ทำได้โดยใช้กล้อง) ทำให้ความพยายามที่จะพัฒนาวิธีการผ่าตัดชนิดใหม่สำหรับการเปลี่ยนข้อเทียมจึงดำเนินไปอย่างช้าๆ เมื่อเทียบกับการผ่าตัดชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยชนิดอื่นๆ
รู้จักการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย (Minimally Invasive Surgery for Total Hip Replacement or Arthroplasty)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ซึ่งขอเรียกสั้นๆ ว่าวิธี MIS คือเทคนิคการผ่าตัดวิธีใหม่ซึ่งเมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิมทำให้เกิดผลที่แตกต่างดังต่อไปนี้
•    เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า
•    แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า
•    ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า (ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นยืนได้ในวันรุ่งขึ้นหลังจากผ่าตัด)
•    เสียเลือดโดยรวมน้อยกว่า
•    จำนวนวันนอนพักในโรงพยาบาลน้อยวันกว่า (ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 3 วัน หลังจากผ่าตัด)
•    ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำงานและดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกข้อสะโพกชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย(MIS Mini-Incision Hip Replacement)
เป็นวิธีผ่าตัดที่มีแผลเดียว แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น (ประมาณ 7-10 เซนติเมตร) มีหลักการคล้ายวิธีผ่าตัดดั้งเดิม คือ ต้องแหวกเข้าไปในกล้ามเนื้อมัดที่อยู่ตื้นก่อน แล้วตามด้วยการตัดบางส่วนของกล้ามเนื้อที่ขวางการเข้าสู่ข้อสะโพก เพื่อทำการเตรียมและใส่เบ้าและก้านข้อสะโพกเทียมในแผลเดียวกัน แต่ลดขนาดความยาวของบาดแผลทำให้มีขนาดความยาวประมาณ 60% ของความยาวจากวิธีดั้งเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม

pic01

ภาพซ้าย : เปรียบเทียบแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ด้วยวิธี MIS mini-incision ซึ่งแสดงด้วยสีน้ำเงิน และแผลผ่าตัดด้วยวิธีดั้งเดิม ซึ่งแสดงด้วยสีแดง
ภาพขวา : ภาพจริงของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมชนิด MIS mini-incision