--

--

logo

Tel.

088-296-4656

E-mail

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

Monday to Friday

logo

088-296-4656

waraya2525@hotmail.com

08:00 - 16:00

วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

หมายเหตุ ที่มาของภาพประกอบในบทความนี้ :
ได้มาจากการสืบค้นใน internetโดย Google search หัวข้อย่อย image และคัดเลือกภาพที่เหมาะสมกับบทความ
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ทั่วไป และให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาในบทความดีขึ้น

 

ในปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบ่งเป็น 2 ชนิด คือวิธีดั้งเดิม และวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย  วิธีดั้งเดิมมีแผลผ่าตัดเป็นเส้นตรง และอยู่ด้านหน้าของข้อเข่ายาวเกือบถึง 20 เซนติเมตร ส่วนชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ซึ่งแผลอยู่ตำแหน่งเดียวกัน แต่ขนาดแผลเล็กลงไปกว่า 50% ของขนาดแผลจากวิธีดั้งเดิม มีความแตกต่างกันคือ การตัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่ใช้ในการเหยียดขาแตกต่างกัน วิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยจะมีผลกระทบต่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้น้อยมาก จึงทำให้การฟื้นตัว และ การเดินหลังการผ่าตัดเร็วขึ้นอย่างแตกต่างกับวิธีดั้งเดิม แต่เนื่องจากในปัจจุบัน มีแพทย์ที่ทำผ่าตัดวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยอยู่จำนวนไม่มากทำให้การผ่าตัดในปัจจุบันเป็นการผ่าตัดวิธีดั้งเดิม

 

ขั้นตอนในการผ่าตัด

การตัดกระดูก

เป็นการเจียเฉพาะกระดูกส่วนที่เป็นผิวข้อเข่าออกเท่านั้น คือ ผิวข้อเข่า โดยเจียผิวกระดูกอ่อนที่สึกหรอ หรือกระดูกที่เป็นหลุมขรุขระออก เก็บกระดูกที่ดี และเป็นโครงสร้างหลักทั้งหมดไว้ ในการเจียผิวข้อออกทุกครั้ง แพทย์ต้องตั้งมุมเจียให้ถูกต้อง เพื่อรับกับการปรับแกนขาให้ตรงในขั้นตอนต่อไป แพทย์จะทำการผ่าตัดเอาผิวกระดูกจากส่วนต้นขาออกหนาที่สุดไม่เกิน 9-10 มิลลิเมตร, ผิวกระดูกจากส่วนหน้าแข้งหนาที่สุดไม่เกิน 10 มิลลิเมตร และผิวกระดูกสะบ้าออกประมาณไม่เกิน 8 มิลลิเมตร กระดูกที่เอาออกมาจากทั้ง 3 ส่วนนั้น เป็นส่วนที่เป็นผิวของข้อเข่าซึ่งเสื่อมสภาพ ถ้าเปรียบกับพื้นบ้าน ก็คงเหมือนกับการที่เรามีกระเบื้องปูพื้นที่สึกหรือชำรุดออก แล้วเตรียมพื้นบ้านใหม่ จากนั้นก็ปูกระเบื้องชุดใหม่เข้าไปแทน

orknee1
ภาพ แสดงกระดูกผิวข้อส่วนที่มีการเสื่อมก่อนการตัด (ซ้าย) กระดูกที่ถูกตัดออกมามีลักษณะเป็นชิ้นกระดูกที่มีความหนาไม่เกิน 10 มิลลิเมตร (กลาง) และหลังจากที่ใส่ข้อเทียมเข้าไปแทนที่แล้ว (ขวา)

การตบแต่งกระดูก

เป็นการแต่งกระดูกให้ได้มุมรับกับผิวข้อเทียมที่จะใส่เข้าไปใหม่ พร้อมกับเลือกข้อเทียมที่มีขนาดเหมาะสมกับกระดูก ทำให้ข้อเทียมสวมเข้าพอดีกับกระดูก

orknee2
ภาพแสดงขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การปรับแนวแกนขา

เป็นการปรับแนวแกนขาใหม่ให้เป็นขาที่ตรง กระบวนการนี้ทำได้โดยการปรับเส้นเอ็นรอบข้อเข่าให้มีแรงตึงที่เท่ากัน ทั้งนี้ต้องสัมพันธ์กับการเจียหน้าผิวกระดูก การปรับให้แนวขาตรงเป็นปกติ เสมือนการตั้งศูนย์ล้อรถ ที่ทำให้ไม่เกิดการกินยางรถ ซึ่งแกนขาที่ตรงถูกต้องร่วมกับวงเคลื่อนไหวของข้อเข่าที่ดี จะทำให้ข้อเข่าอยู่ได้ทนทาน

orknee3ภาพ แสดงเข่าของผู้ป่วยที่มีแกนขาผิดปกติ มีเข่าโก่งมากก่อนการผ่าตัด (คู่ซ้าย) และหลังจากที่แก้ไขแกนขาให้ตรง และใส่ข้อเทียมเข้าไปแทนที่แล้ว (คู่ขวา)

การสวมข้อเทียม

ในการสวมข้อเทียมเข้ากับกระดูก ต้องอาศัยสารยึดกระดูก (bone cement) ซึ่งเป็นวัสดุที่เหมือนกับวัสดุที่ทันตแพทย์ใช้ในการอุดฟัน เป็นตัวเชื่อมต่อ เมื่อสารยึดกระดูกเกิดการแข็งตัวดีแล้ว ข้อเทียมจะยึดตรึงกับกระดูกเป็นอย่างดี ทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักเต็มที่ได้ทันที

orknee4
ภาพแสดงข้อเข่าที่ผิดปกติที่มีผิวไม่เรียบ เมื่อผ่านการเจียผิวกระดูกส่วนที่เสื่อมออกแล้ว ข้อเข่าเทียมจะเข้าไปแทนที่ผิวข้อเดิม

สิ่งที่ผู้ป่วยควรทราบ คือ ผู้ที่มีเข่าโก่ง หรือมีขาเกผิดรูป ทำให้ความยาวของขาโดยรวมสั้นลงไปกว่าขาที่ปกติ ดังนั้น เมื่อได้รับการแก้ไขให้ตรงแล้ว (โดยเฉพาะหลังจากทำผ่าตัดข้างแรกในผู้ป่วยที่เข่าโก่ง 2 ข้าง) จะพบว่าขาข้างที่ทำผ่าตัดยาวมากขึ้น เนื่องจากแกนขาตรงขึ้น แต่เฉลี่ยยาวขึ้นประมาณ ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร แต่ผู้ป่วยสูงอายุส่วนใหญ่ไม่รู้สึกเป็นปัญหาแต่อย่างใด ถ้าขานั้นไม่โก่งมากแต่ขาอีกข้างโก่งมากจะขอแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้ง2 ข้างอาจจะพร้อมกันหรือผ่าทีละข้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของผู้ป่วยแต่ละราย เพราะถ้าไม่ผ่าตัดทั้ง 2 ข้างอาจจะพบปัญหาเรื่องหลังตามมา